ช็อกทั้งประเทศ! เสี่ยโอร้องไห้ไม่หยุด องค์ภาสิ้นอย่างมีเงื่อนงำ…

 



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศศาลปกครอง เรื่อง คำพิพากษาถึงที่สุดให้เพิกถอนกฎ ลงนามโดย นายสรรค์พงศ์ ฐิติกรทับทอง ตุลาการศาลปกครอง

ประกาศฉบับดังกล่าว ระบุว่า ด้วยศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ อ50/2568 ระหว่าง นางสุภา โชติงาม หรือ จอมพันธ์ ผู้ฟ้องคดี กับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 1 กับพวก รวม 2 คน ผู้ถูกฟ้องคดี


ให้เพิกถอนประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง กำหนดแบบใบสั่งเจ้าพนักงานจราจร พ.ศ.2563 ลงวันที่ 20 ก.ค.2563 และประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง การกำหนดจำนวนค่าปรับตามที่เปรียบเทียบสำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522

และความผิดตามกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับรถหรือการใช้ทางที่มีโทษปรับสถานเดียว พ.ศ.2566 ลงวันที่ 23 มี.ค.2566 โดยให้มีผลนับแต่วันที่พ้นกำหนด 180 วัน นับแต่วันที่ศาลปกครองสุดมีคำพิพากษา จึงประกาศให้ทราบทั่วกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีดังกล่าว เป็นคดีที่ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้เพิกถอนประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องกำหนดแบบใบสั่งเจ้าพนักงานจราจร พ.ศ.2563 ลงวันที่ 20 ก.ค.2563

และประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องกำหนดจำนวนค่าปรับตามที่เปรียบเทียบสำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 และความผิดตามกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับรถหรือการใช้ทางที่มีโทษปรับสถานเดียว พ.ศ.2566 ลงวันที่ 23 มี.ค.2566

โดยศาลชี้ว่า การกำหนดแบบใบสั่งเจ้าพนักงานจราจรและการกำหนดจำนวนค่าปรับดังกล่าว ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายจราจรทางบก และศาลให้เวลาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 180 วัน ในการแก้ไขปรับปรุงประกาศ ก่อนที่คำพิพากษาจะมีผลบังคับใช้




เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตกตะลึงไปทั่วประเทศ เมื่อข่าวการเสียชีวิตของ “องค์ภา” บุคคลสำคัญที่ได้รับความเคารพจากสังคม ได้กลายเป็นกระแสที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเมื่อปรากฏว่า การจากไปของท่านมีเงื่อนงำที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน

“เสี่ยโอ” นักธุรกิจชื่อดังและบุคคลใกล้ชิดขององค์ภา ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งในพิธีไว้อาลัยที่จัดขึ้นเป็นการส่วนตัว ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าและเต็มไปด้วยคำถาม เสี่ยโอยืนร่ำไห้อย่างไม่อายสายตาใคร กล่าวสั้นๆ เพียงว่า “ผมยังรับไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย…”

รายงานเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่ระบุว่า การเสียชีวิตเกิดขึ้นในที่พักส่วนตัว โดยไม่มีสัญญาณของการต่อสู้หรือบุคคลแปลกหน้า แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือสภาพแวดล้อมที่ดูผิดปกติ และวัตถุบางอย่างที่หายไปจากห้อง ท่ามกลางกระแสคาดเดาต่างๆ ที่ผุดขึ้นบนโลกออนไลน์ หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องนี้อาจไม่ใช่เพียงแค่อุบัติเหตุหรือโรคประจำตัว

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและสอบสวนผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียด พร้อมเตรียมส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช เพื่อตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างแน่ชัด

 


          แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวร ฉบับที่ ๔



          ตามที่สำนักพระราชวัง ได้มีแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ ๑๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ความทราบทั่วกันแล้วนั้น



          คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา ฯ ได้รายงานเพิ่มเติมว่า คณะแพทย์ได้ถวายพระโอสถ และเครื่องมือเพื่อช่วยการทำงานของพระปัปผาสะ (ปอด) และพระวักกะ (ไต) มาโดยตลอด คณะแพทย์ตรวจพบการติดเชื้อเป็นครั้งคราว ซึ่งได้ถวายพระโอสถปฏิชีวนะเพื่อรักษาพระอาการติดเชื้อดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เป็นต้นมา



          คณะแพทย์ตรวจพบว่าทรงมีการติดเชื้อที่รุนแรง และเข้าในกระแสพระโลหิต ทำให้ต้องถวายพระโอสถปฏิชีวนะหลายขนานร่วมกัน รวมทั้งถวายพระโอสถ กระตุ้นความดันพระโลหิต เพื่อรักษาความดันพระโลหิตให้คงที่ คณะแพทย์ยังคงถวายการรักษาอย่างเต็มที่ และติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน สำนักพระราชวัง ๑๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘

0/Post a Comment/Comments